Apple ได้สร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วยการเปิดตัว iPhone Air โมเดลใหม่ล่าสุดที่เข้ามาแทนที่รุ่น "Plus" ในไลน์อัป โดยชูจุดเด่นที่ความบางเฉียบเป็นประวัติการณ์เพียง 5.6 มิลลิเมตร ทำให้เป็น iPhone ที่บางที่สุดเท่าที่เคยมีมา พร้อมอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีระดับโปร สำหรับ iPhone Air จะวางจำหน่ายในไทยด้วยราคาเริ่มต้นที่ 39,900 บาท รายละเอียดทั้งหมดมีอะไรบ้า

iPhone Air มาพร้อมดีไซน์ใหม่ที่บางเบาแต่แข็งแกร่งอย่างน่าทึ่ง ด้วยกรอบเครื่องที่ทำจากไทเทเนียมขัดเงา และเป็นครั้งแรกที่ใช้กระจก Ceramic Shield 2 ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งมีความทนทานต่อรอยขีดข่วนดีขึ้นถึง 3 เท่า ทำให้ Apple เคลมว่านี่คือ iPhone ที่ทนทานที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้านหลังมีแถบดีไซน์ใหม่ที่พาดตลอดความกว้างของตัวเครื่อง ซึ่งเป็นที่อยู่ของกล้องหลัง, กล้องหน้า, ลำโพง และชิป Apple Silicon
ตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอ OLED ขนาด 6.5 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยี ProMotion เพื่อความลื่นไหลในการใช้งาน และมีความสว่างสูงสุดเมื่ออยู่กลางแจ้งถึง 3,000 nits ซึ่งสูงที่สุดในบรรดา iPhone ทุกรุ่น นอกจากนี้กระจกหน้ายังเคลือบสารกันแสงสะท้อนถึง 7 ชั้น ช่วยลดแสงจ้าและทำให้มองเห็นหน้าจอได้ชัดเจนยิ่งขึ้นในที่สว่าง

แม้จะมีกล้องหลังเพียงตัวเดียว แต่เป็นกล้อง Fusion Camera ความละเอียดสูงถึง 48MP ที่สามารถถ่ายภาพได้ทั้งในระยะ 1x และ 2x คุณภาพระดับออปติคัล ส่วนกล้องหน้าก็ไม่ธรรมดาด้วยความละเอียด 18MP พร้อมฟีเจอร์ Center Stage ที่ใช้ AI ช่วยขยายมุมมองและหมุนเฟรมให้อัตโนมัติเมื่อมีคนเข้ามาในภาพ และด้วยเซ็นเซอร์ทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ทำให้สามารถถ่ายเซลฟี่แนวนอนได้โดยไม่ต้องเอียงโทรศัพท์
นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ถ่ายวิดีโอแบบ Dual-capture ที่บันทึกภาพจากกล้องหน้าและหลังได้พร้อมกันอย่างลงตัว
iPhone Air ใช้ชิปเซ็ตระดับเรือธงอย่าง A19 Pro (CPU 6-core) ที่มาพร้อม GPU รุ่นที่ 2 ซึ่งอัปเกรด Dynamic Caching ให้ประสิทธิภาพกราฟิกสูงขึ้น ด้านการเชื่อมต่อก็ล้ำหน้าด้วยโมเด็ม C1X ที่เร็วขึ้น 2 เท่า และชิป N1 ที่รองรับ Wi-Fi 7, Bluetooth 6 และ Thread โดยรุ่นนี้จะรองรับเฉพาะ eSIM เท่านั้น
iPhone Air จะมีให้เลือก 4 สี ได้แก่ Space Black, Cloud White, Light Gold และ Sky Blue โดยจะเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ และวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 กันยายน ในราคาเริ่มต้น 39,900 บาท
อ่านเพิ่ม